manearthstories

เทวัญ ระดับสมาชิก
เป็นสมาชิกร่วมกันมา 3 เดือน
อีกนิดเดียวถึงสิทธิ์ใหม่ — ระดับถัดไป: 🔱
🌐 สาธารณะ
ตัวทดสอบตัวสำรองของระบบ
🟢 8 วันที่แล้ว 2 โพสต์เดือนนี้ 1 ผู้ติดตาม 1 กำลังติดตาม 0 เหรียญ
⋯

🔮 ทาโรต์ลายไทย — ไพ่ประจำวัน

✦

กลับบ้านที่อโยธยา (กลับหัว)

ภาพที่ควรอบอุ่นยังไม่อบอุ่น · หรือรักษาภาพไว้ให้คนอื่นเห็นจนเหนื่อย


⋯

🔮 ทาโรต์ลายไทย — อดีต · ปัจจุบัน · อนาคต

อดีต

ความพอดี

ความพอดี

ทางออกของเรื่องนี้อยู่ตรงกลาง ไม่ใช่สุดทางไหนทางหนึ่ง — และตรงกลางต้องใช้ความอดทนกว่า

ปัจจุบัน

✦

ไฟกองแรกของมัจฉานุ

ไฟเพิ่งจุดติด มีเรื่องที่คุณอยากทำและแรงมาเต็ม — ใช้ช่วงนี้ให้คุ้ม

อนาคต

✦

กวนเกษียรสมุทร (กลับหัว)

เลิกแข่งแล้ว · หรือเก็บความไม่พอใจไว้แทนที่จะพูดออกมา


⋯

ภาพลวงตาของมิตรภาพ สัจธรรมแห่งผลประโยชน์ และเส้นแบ่งของคุณธรรม

สิ่งที่เห็นในหน้าสื่อ ไม่ว่าจะเป็นการแตกหักของกลุ่มเพื่อนที่เคยหัวเราะและผ่านความตายมาด้วยกันอย่าง เฟ็ดเฟ่ ต้า ยัต หรือมหากาพย์ของโอฮาน่า แท้จริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่เรื่องไกลตัว มันคือภาพสะท้อนบทเรียนชีวิตที่หลายคนต้องเผชิญมาตั้งแต่เด็ก คำว่า "เพื่อน" ที่มักลงท้ายด้วยการทรยศและหักหลัง
การที่คนเราเลือกจะไม่คบใคร ไม่ได้แปลว่าไม่มีใครคบ แต่เพราะบทเรียนในอดีตสร้างกำแพงที่หนาและสูงขึ้น คนที่จะข้ามกำแพงนี้เข้ามาได้จึงต้องผ่านการคัดสรรอย่างถึงที่สุด ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเดินเข้ามา เพราะความสัมพันธ์ของมนุษย์ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความฝันอันสวยหรู แต่มันดำเนินไปด้วยตรรกะเดียวกับ "ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ" ที่ความจริงใจแท้จริงเป็นเพียงม่านบางๆ ที่ขึงปิดทับคำว่า "ผลประโยชน์ร่วม" เอาไว้
1. สัจธรรมของคำว่า "เพื่อน" ในโลกแห่งความเป็นจริง
จุดเริ่มต้นของการคบหาในระดับโลกียะไม่ได้เกิดขึ้นจากความว่างเปล่า แต่มันขับเคลื่อนด้วย "สมการผลประโยชน์และจุดร่วม" เสมอ
จุดตัดของแรงจูงใจ (Aligned Incentives): คนเราจะเดินเข้ามาในวงโคจรเดียวกันได้ ต้องมีผลประโยชน์ร่วม มีเป้าหมายเดียวกัน หรืองานที่ต้องพึ่งพากันและกัน หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ คนแปลกหน้าย่อมไม่มีวันหันมามองกัน
พันธมิตรจากศัตรูร่วม (Common Enemy): ไม่มีสิ่งใดรวมกลุ่มคนได้รวดเร็วและเหนียวแน่นเท่ากับความเกลียดชังหรือภัยคุกคามเดียวกัน การมีศัตรูคนเดียวกันคือสัญชาตญาณดั้งเดิมในการรวมฝูงเพื่อเอาชีวิตรอด
ม่านบังตาของคำว่าความจริงใจ: คำว่า "เพื่อนแท้" มักถูกนำมาใช้เป็นฉลากปิดทับสัญญาใจที่มองไม่เห็น ตราบใดที่สมการ 1 + 1 ยังให้ผลตอบแทนที่ลงตัว การลงแรงกับผลลัพธ์ยังสมดุล ความสัมพันธ์จะดูเหนียวแน่นและสวยงาม
2. จุดหักเหและการพังทลายของพันธะ (The Breach of Contract)
การทรยศ การหักหลัง หรือการแยกย้าย ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่เกิดขึ้นเมื่อ "สมการส่วนได้ส่วนเสียเสียสมดุล"
เมื่อเค้กเริ่มแบ่งไม่เท่ากัน คนหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองแบกมากกว่า อีกคนเริ่มตักตวงมากกว่า หรือผลประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนทิศทางไป
ทันทีที่ต้นทุนในการรักษาความสัมพันธ์สูงกว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับ ม่านมายาของคำว่ามิตรภาพจะขาดสะบั้น และเผยให้เห็นธาตุแท้ของการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดของปัจเจกที่พร้อมจะเข่นฆ่าและเหยียบย่ำกันเอง
3. การแยกขาดระหว่าง "ผลประโยชน์" และ "คุณธรรม"
ความผิดพลาดใหญ่ของคนที่เจ็บปวดจากความสัมพันธ์ คือการเอาสองสิ่งนี้มารวมกันจนมองความจริงไม่ออก
ผลประโยชน์ (Interest): คือ "กลไกขับเคลื่อนตามธรรมชาติ" มนุษย์ทุกคนต้องกิน ต้องใช้ ต้องเอาตัวรอด การคบหา การทำงานร่วมกัน หรือการรวมหัวกันล้วนอยู่ในหมวดนี้ทั้งหมด หากมองผ่านเลนส์นี้ ทุกคนคือคู่ค้าและพันธมิตรชั่วคราวตามสถานการณ์
คุณธรรม (Virtue): คือ "ข้อยกเว้นที่อยู่เหนือการคำนวณ" คุณธรรมไม่ใช่ผลประโยชน์ และผลประโยชน์ไม่ใช่คุณธรรม การเสียสละ การไม่หักหลังในวันที่ล้ม หรือการดูแลคนที่หมดประโยชน์ไปแล้ว เป็นเรื่องของมิติทางจิตวิญญาณเฉพาะบุคคลที่หาได้ยากยิ่ง
ข้อผิดพลาดมหันต์: คนส่วนใหญ่คาดหวัง "คุณธรรม" จากความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บน "ผลประโยชน์" ตั้งแต่แรก เมื่ออีกฝ่ายทำตามกลไกผลประโยชน์ จึงเกิดความรู้สึกว่าถูกหักหลัง
4. สถาปัตยกรรมกำแพง: ปรัชญาของผู้มองทะลุโลก
การสร้างกำแพงสูงและเลือกคัดกรองคนอย่างเข้มงวด ไม่ใช่บาดแผลจากความอ่อนแอ แต่คือ "การบริหารความเสี่ยงขั้นสูงสุด"
ไม่ตั้งความหวังบนคำลวง: ปฏิบัติต่อความสัมพันธ์ด้วยความเข้าใจในธรรมชาติของผลประโยชน์ ตรวจสอบความสอดคล้องของเป้าหมายและส่วนได้ส่วนเสียอยู่เสมอ
รู้ว่าเมื่อไหร่เกมจะเปลี่ยน: เมื่อผลประโยชน์หมด ย่อมต้องยอมรับการแยกย้ายเป็นเรื่องธรรมดาโดยไม่เสียศูนย์
สงวนพื้นที่ข้างในไว้ให้คุณธรรมแท้จริง: เปิดประตูให้เฉพาะคนที่พิสูจน์แล้วว่ามีมิติของคุณธรรมที่ก้าวข้ามผลประโยชน์ตัวเลขได้อย่างแท้จริง ซึ่งอาจมีเพียงหยิบมือเดียวในชีวิต
ทุกเรื่องราวบนโลกนี้ล้วนเป็นครู แม้แต่เรื่องเล่าคลิปตลกหรือดราม่าบนโซเชียลที่คุณอาจเห็นผ่านตา แม้เนื้อหา ตัวละคร และยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่แก่นแท้ของมนุษย์และสัจธรรมแห่งผลประโยชน์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
⋯

ตำนานเทพเจ้ากวนอู......

 สิ่งที่เขียนไม่ได้มีความรัก โลภ โกรธ หลง เกลียด นิยมยินดี หรือใดๆอยู่ในความคิด เป็นเพียงการเล่าเรื่องไล่เรียงประวัติศาสตร์ และความเชื่อ แด่ผู้ใฝ่รู้ทุกท่านเพียงเท่านั้น

 แล้วทำไมถึงมีศาลเทพเจ้ากวนอู... คุณรู้ไหมว่ากว่ากวนอูจะเป็นเทพเจ้าได้ในวันนี้ใช้เวลาไต่เต้ากว่าพันปีเชียวนะ...เอ้ายกสถานะยังไง...
 จากเดิมที่ตายเป็นผีเปรต วิญญาณเฮี้ยน พลิกชะตาเป็นคนเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ได้ไง...
มันคือการสร้างความเชื่อ ปลูกฝัง ชักจูง เปลี่ยนความคิด เพื่อการปกครอง การควบคุม การค้า การเจรจา และการสร้างรูปแบบเพื่อให้คนทำตาม มันคือแบบแผนที่โลกก็ยังคงใช้กันในทุกวันนี้ในหลายๆวงการนั่นแหละครับ

  มาครับผมจะเล่าให้ฟังเรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ

เรื่องมันเริ่มตรงนี้นี่แหละครับ ศตวรรษที่3 จากการบันทึกของราชวงศ์จิ้น

  คนแรกที่แต่งตั้งกวนอู เป็น วีรบุรุษกึ่งเทพ คือเล่าเสี้ยน อาเต๊าลูกชายของเล่าปี่ แต่บันทึกครั้งแรกถึงการอวยยศครั้งนั้น เกิดขึ้นในราชวงศ์จิ้น ของ ตระกูลสุมา

จากนั้นอีก 300ปีต่อมา ราชวงศ์ สุย ต่อด้วย ถัง เป็นครั้งแรกที่อวยศให้กวนอูจากผีในวีรบุรุษสงคราม ขึ้นมาเป็น "เทพเฝ้าวัดพุทธ โดยพระรูปหนึ่งของศาสนาพุทธ ลัทธิเทียนไถ"

ต่อมาอีกในราชวงศ์ซ่ง ศตวรรษที่10 -13 ลัทธิเต๋าและราชวงศ์สถาปนาเป็นทางการ แต่งตั้งขึ้นให้เป็น เทพเจ้าสงครามและผู้พิทักษ์

อีก 300 ปีถึง 400 ปีต่อมา ราชวงศ์หมิง ยกย่องและสถาปนาให้เป็น
มหาเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ อย่างเป็นทางการ

และส่งต่อมาสิ้นสุดการอัพเกรดที่ราชวงศ์ชิงในอีก 400ปี ราชวงศ์ชิงได้ทำการสถาปนาสานต่อตำนานความศักดิ์สิทธิ์ทำให้กวนอูกลายเป็น เทพเจ้ามหาเทพผู้ซื่อสัตย์ เก่งกล้า ห้าวหาญ มีความยุติธรรม ส่งต่อความเชื่อนี้จวบจนปัจจุบัน

ข้อมูลสาระเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ เรื่องราวที่คุณอาจจะยังไม่รู้หรือเรื่องสนุกๆบนโลกนี้ติดตามกันต่อที่บ้านนี้ของคนไทยทุกคนครับ


2
⋯
เป็นเพลงที่ไพเราะมากๆเพลงหนึ่ง
เหมาะสมกับ 100ล้านวิว

🎉 เย้! ผลงานของคุณเข้าร่วมกิจกรรม

⋯
“ คนอย่างกูสู้ไม่ถอย ”

🏆 เข้าร่วม Quote Hot ประจำสัปดาห์

🎵 063 Weeping Loop.wav — fran_ky
⋯
“ เหนื่อยไหมกับการโกหก คนแกล้งไม่รู้ เหนื่อยนะ ”


🎵 Sad outro.mp3 — ZHRØ
⋯
“ คนมันเท่ รูปแบบเท่ๆ คนไม่เท่แบบนาย นายไม่มีวันเข้าใจหรอก ”