ในคุ้งน้ำแห่งนี้ มีกฎอยู่ข้อเดียวที่คนแก่สอนซ้ำจนลูกหลานท่องได้ตั้งแต่ยังพูดไม่ชัด... และมันไม่ใช่กฎเรื่องผี
·
[ คำเตือนริมคุ้งน้ำ ]
ทรัพย์สินทางปัญญา เรียบเรียงโดย MES789
·
สายลมยามเย็นในแถบนี้ไม่เคยนำความอบอุ่นมาสู่ผู้คน มันพัดโกรกผ่านพงแขมริมตลิ่ง ส่งเสียงวู้ๆ คล้ายเสียงลมหายใจของสิ่งเร้นลับที่คอยจ้องมองจากใต้น้ำ รสชาติของมวลอากาศริมแม่น้ำช่างเย็นชืด ชื้นแฉะ และอบอวลไปด้วยกลิ่นโคลนสาบเน่าก้นคุ้ง ผสมปนเปกับกลิ่นตะไคร่น้ำและกลิ่นซากพืชเน่าเปื่อยที่ลอยมาตามสายน้ำไหลเชี่ยว
ชีวิตของ 'ต้น' ผูกพันและเติบโตขึ้นมาบนเรือนไม้ทรงไทยโบราณที่ยกพื้นสูงริมตลิ่ง เขาอยู่กับ 'ยายเพียร' หญิงชราวัยแปดสิบปีผู้เป็นที่พึ่งพิงเดียวในชีวิตตั้งแต่เขายังจำความไม่ได้ ยายเพียรเป็นคนผอมเกร็ง ผิวหนังเหี่ยวย่นสีทองแดงเก่า ดวงตาสีฝ้าฟางมักจะจ้องมองออกไปทางปลายคุ้งน้ำอย่างมีนัยบางอย่างเสมอ แกเป็นคนพูดน้อย ทว่าความเงียบของแกกลับเต็มไปด้วยความกดดันอันหนักอึ้ง และสิ่งหนึ่งที่ยายเพียรเข้มงวดสั่งสอนต้นยิ่งกว่าเรื่องใดๆ ในชีวิต นั่นคือ "กฎแห่งความมืด"
ตั้งแต่เด็กจนโต ยายสอนต้นเสมอว่า คุ้งน้ำแห่งนี้ไม่ได้มีแค่คนเป็นอาศัยอยู่
"เวลาตกดึกดื่น มืดค่ำมืดมิด... ถ้ามึงได้ยินเสียงคนคุ้นเคยเรียกหาจากในมืด มึงอย่าเพิ่งขานรับเด็ดขาด ให้ถามชื่อเล่นตอนเด็กก่อนเสมอ"
ยายเคี่ยวกรำสอนประโยคนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนบีบเค้นแทรกซึมเข้าในจิตสำนึกของต้น ยายตั้งชื่อหลอกผีให้เขาว่า 'อ้ายแมว' เพื่อใช้เป็นเกราะคุ้มกัน กลบเกลื่อนไม่ให้มวลผีสางเทวดาที่ออกไล่ล่าดวงวิญญาณเอาชื่อจริงในทะเบียนบ้านของเขาไปใช้ล่อลวง ยายบอกว่าชื่อหลอกผียิ่งขี้เหร่ ยิ่งเลวร้ายยิ่งดี ผีมันจะได้ยินแล้วมองผ่าน หันหลังกลับไป
ทว่า ท่ามกลางคำเตือนนับร้อยข้อ สิ่งเดียวที่เป็นเหมือนฝันร้ายหลอกหลอนคนทั้งคุ้งน้ำมาตลอดหลายสิบปี คือเรื่องเล่าเกี่ยวกับ "วัดร้างปลายคุ้งน้ำ"
วัดแห่งนี้ร้างและพังทลายไปตั้งแต่ก่อนต้นจะลืมตาดูโลก เหลือเพียงซากอุโบสถหลังคาพังทลาย มีเถาวัลย์และไทรใหญ่พันเกี่ยวแน่นหนา และสิ่งเดียวที่ยังคงตระหง่านท้าทายกาลเวลาอย่างประหลาด คือ หอระฆังไม้สักสีดำจมทึบ มันตั้งอยู่บนโคกสูงริมแม่น้ำ ไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้าพายเรือผ่านแถวนั้นหลังตะวันตกดิน เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า ทุกๆ ปี ในคืนแรมเดือนสิบ... จะมีเสียงระฆังปริศนาส่งเสียงดังขึ้นมาเองจากบนยอดหอนั้น
ตึ้ง… ตึ้ง… ตึ้ง…
ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนดึงเชือกตี ไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปส่องไฟฉายดู และทุกครั้งที่เสียงระฆังนั้นดังขึ้น ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านจะรีบสั่งให้ลูกหลานปิดประตูหน้าต่าง ลงดาลแน่นหนา ดับไฟในเรือนจนมืดสนิท แล้วนั่งกอดเข่าสวดมนต์รอจนกว่ารุ่งสาง เรื่องเล่าเกี่ยวกับวัดร้างแห่งนี้สิ้นสุดลงแค่นั้น... เหมือนตอนจบของมันเป็นสิ่งต้องห้ามร้ายแรงที่หากใครพูดออกมาดังๆ มันจะจำชื่อคนพูด แล้วตามไปยืนมองที่ปลายเตียงในคืนแรม
กระทั่งปีนี้... ปีที่ต้นอายุครบยี่สิบปีเต็ม และเป็นปีมะเมียที่เวียนกลับมารอบที่หกสิบพอดี
บรรยากาศริมน้ำในเย็นวันนั้นแปลกประหลาดและชวนขนหัวลุกกว่าทุกปี ลมแม่น้ำพัดเอาไอเย็นเยือกสาดเข้าใส่ฝาเรือน นกนอนรังส่งเสียงร้องกรีดแหลมหลงทิศ ฝูงปลาในแม่น้ำผุดขึ้นมาหายใจเต็มผิวน้ำคล้ายหนีบางสิ่งใต้น้ำ ยายเพียรนั่งขัดสมาธิอยู่บนแคร่ไม้ไผ่เก่าริมศาลาท่าน้ำ มือข้างหนึ่งถือพัดใบตานไกวไล่ยุงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผิดกับมืออีกข้างที่กำสายประคำไม้ดำสนิทไว้แน่น... เม็ดประคำเหล่านั้นหมุนถูไถสีกระทบกันเองดัง ก๊อกแก๊ก... ก๊อกแก๊ก... ทั้งที่ข้อนิ้วเกร็งของยายไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย
ยายจ้องมองไปทางหอระฆังปลายคุ้งน้ำด้วยสายตาเกร็งเครียด แววตาฝ้าฟางสะท้อนความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด และนั่นคือจุดเริ่มต้นของคืนที่พิธีกรรมโบราณและฝันร้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น...
·
#MesSynthesis [ ✦ คมตะกอน ]
·
ผีไม่ได้น่ากลัวเพราะมันเรียกชื่อเรา แต่น่ากลัวเพราะมันเรียกถูก
·
[ ติดตามต่อ : คืนที่ระฆังดังเอง ]
·
อดีตนำทาง เข็มทิศอนาคต... ผมเมษครับ
#ผมเมษครับ #ผมชื่อเมษครับ #ชื่อหลอกผี #GhostSeries #MES789
manearthstories
6 วันที่แล้ว
